แอบดอดมาอัพเรื่องนี้ก่อน เนื่องจากกำลังติดลม = =

 

ออกตัวไว้ก่อนว่าเล่นแค่ภาคสองอ่ะนะ (Fatal Frame II Crimson Butterfly)

ส่วนภาคอื่นก็เล่นแค่เริ่มต้นแล้วปิดทันทีเนื่องจากรอเล่นภาคสองจบ (ปัจจุบันก็เล่นจบแล้วแต่เล่นโหมด hard อยู่)

และภาค 4 ที่เพิ่งออกก็ดูคนอื่นเล่นเพราะเค้าแปลญี่ปุ่นไม่ออกง่ะ ใครที่พอจะรู้เนื้อเรื่องมาเล่าให้ฟังทีจิคะ TTwTT

 

มาว่ากันด้วยเรื่องตัวละครในเกม

 

ในภาคหนึ่ง ตัวละครเอก (ที่เราเล่น) คือ Hinasaki Miku และ Hinasaki Mafuyu

Credit : www.imeem.com

 

ภาคสอง ตัวละครเอก (ที่เราเล่น) คือ Amakura Mio และ Amakura Mayu

 

**ซ้าย - Mayu  ขวา - Mio

Credit : www.freewebs.com

 

ภาคสาม ตัวละครเอก (ที่เราเล่น) คือ Kurosawa Rei , Hinasaki Miku (FF1) , Amakura Kei

 

Credit : http://www.friendster.com

 

ภาคสี่ ตัวละครเอก (ที่เราเล่น) คือ Kirishima Choushirou , Asou Misaki , Minazuki Ruka , Tsukimori Madoka

Credit : neoseeker

 

เหตุการณ์ใน Fatal Frame

(Fatal Frame 1)
ณ คฤหาสน์ฮิมูโระ แห่งตระกูลฮิมูโระ ที่นี้มีลานพิธีกรรมและศาลเจ้าลับอยู่ ศาลเจ้าเชือก ที่ใต้คฤหาสน์แห่งนี้มีประตูสู่นรกตั้งอยู่ และทุกปี เหล่านักบวชจะพามิโกะเชือกมาทำพิธีบูชายัญเพื่อผนึกประตูนรกแห่งนี้ ทุกอย่างดำเนินการมาอย่างปรกติ จนกระทั้งถึงเวลาของมิโกะ คิริเอะ เธอถูกเลี้ยงดูมาเพื่อเป็นมิโกะเชือก และถูกพามายังคฤหาสน์แห่งนี้เพื่อรอเวลา... แต่สิ่งที่เหล่านักบวชไม่คาดคิดมาก่อนก็ได้เกิดขึ้น เมื่อมีแขกชายหนุ่มผู้หนึ่งปรากฎขึ้น และคิริเอะได้ตกหลุมรักเขา เหล่านักบวชจึงรีบหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน ด้วยการเก็บชายอันเป็นต้นต่อแห่งปัญหา(เราสามารถถ่ายภาพเขาได้ที่บนสะพาน เหนือบ่อน้ำ) แต่นั้นกลับกลายเป็นการสร้างปัญหาที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นขึ้นมาอีก เพราะถึงเหล่านักบวชบอกมิโกะคิริเอะว่าชายคนนั้นกลับบ้านเกิดไปอย่างเร่ง ด่วน แต่คิริเอะไม่เชื่อและรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา จิตใจที่ควรจะบริสุทธิ์จึงแปดเปื้อน(มิโกะที่เข้าทำพิธีต้องมีจิตใจที่จะ อุทิศตนในการบูชายัญ แต่เธอกลับมีความรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา เธอต้องการแค่มีชีวิตอยู่กับเขาเท่านั้น) และนั้นจึงทำให้พิธีกรรมล้มเหลว ประตูนรกเปิดออก ความมืดเข้าครอบงำวิญญาณของคิริเอะ เปลี่ยนเธอให้กลายเป็นปีศาจร้าย แต่โชคดีที่จิตใจส่วนหนึ่งของเธอสามารถหลบหนีออกไปได้ เด็กหญิงคิริเอะจึงพยายามขอความช่วยเหลือเพื่อที่จะหยุดตัวเธออีกคนหนึ่งให้ ได้ และเหล่านักบวชก็ทำสำเร็จ สามารถสะกดเธอโดยใช้กระจกศักดิ์สิทธิ์ลงได้... ชั่วคราว...

(Fatal Frame 2)
ณ หมู่บ้านลึกลับกลางป่า ที่แห่งนี้มีความเชื่อประหลาดเกี่ยวกับฝาแฝด พวกเขาเชื่อว่าที่จริงแล้ว ฝาแฝดคือคนๆเดียวกัน แต่แยกออกเป็นสองเมื่อตอนเกิดออกมาชมโลก ดังนั้น หากสามารถทำให้ฝาแฝดทั้งสองกลับเป็นหนึ่งได้ จะเกิดการปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา ซึ่งพวกชาวบ้านจะใช้พลังงานนั้นในการผนึกประตูนรก ส่วนฝาแฝดที่ตายไปจะไม่ได้ตายจริงๆ แต่จะเปลี่ยนรูปร่างเป็นผีเสื้อสีเลือด(Crimson Butterfly) และอาศัยอยู่รอบๆหมู่บ้าน ซึ่งทุกอย่างก็ดำเนินมาด้วยดี คู่ฝาแฝดตระกูลคิริว อากาเนะและอาซามิ สามารถทำพิธีกรรมได้สำเร็จ(แต่นั้นก็ทำให้อากาเนะกลายเป็นเด็กไร้อารมณ์ไป ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นช่างทำตุ๊กตาจึงสร้างตุ๊กตาอาซามิขึ้นมาเป็นเพื่อนอากา เนะ ซึ่งดูเหมือนจะดีขึ้นเพราะอากาเนะเริ่มแสดงความรู้สึกอีกครั้ง แต่นั้นกลายเป็นสิ่งที่ผิด เพราะวิญญาณร้ายของอาซามิได้เข้าสิ่งตุ๊กตา และเริ่มบงการอากาเนะพร้อมทั้งดูดพลังชีวิตของเธอด้วย โยชิทาสุ ผู้เป็นพ่อจึงต้องหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน ด้วยคำแนะนำของวิญญาณดีของอาซามิที่กลายเป็นผีเสื้อ คือต้องทำลายตุ๊กตาทิ้งซะ แต่นั้นก็สายไปเสียแล้ว โยชิทาสุถูกอากาเนะสังหารก่อนจะทำได้สำเร็จ...)
ต่อมาถึงคิวของฝาแฝดตระกูลทาจิบานา อิซุคิและมูซุคิ แต่พิธีกรรมของพวกเขาล้มเหลว ด้วยความช็อคทำให้เส้นผมของอิซุคิกลายเป็นสีขาว เมื่อเขารู้ว่าคู่แฝดคู่ต่อไปที่จะถูกบูชายัญก็คือ ฝาแฝดตระกูลคุโรซาวะ ยาเอะและซาเอะ เขาไม่ต้องการให้เด็กสาวทั้งสองต้องมาพบกับโศกนาฎกรรมเช่นเขา เขาจึงวางแผนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนของเขา มูนาคาตะ เรียวโซ ในการช่วยเหลือฝาแฝดทั้งสอง ซึ่งเรียวโซก็มาตามคำขอ โดยมีอาจารย์มาคาเบะ เซย์จิโร่ ตามมาด้วย เขาสนใจในพิธีกรรมโบราณและได้ยืมกล่องถ่ายวิญญาณจาก Dr.อะโซ คุนิฮิโกะ มาด้วย(อัจฉริยะมากเลยนะที่ทำกล้องถ่ายวิญญาณออกมาหลายรุ่นหลายแบบ อุปกรณ์เสริมเพียบ! แต่ไม่เคยประกอบให้เสร็จไปเลย ลำบากเราต้องมาตามเก็บตามประกอบทีหลัง) และเขาก็ได้ลงมือตรวจสอบหมู่บ้านทันที และนั้น เขาก็ถูกชาวบ้านจับตัว เพื่อจะทำให้เขากลายเป็น คุซาบิ พิธีกรรมลับในการสร้างวิญญาณที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง โดยพวกเขาเชื่อว่า ผู้ที่จะเป็นคุซาบิ ยิ่งได้รับความทรมาณมากเท่าใหร่ก่อนตาย ก็จะยิ่งมีพลังมากขึ้นเท่านั้น และอาจารย์เซย์จิโร่ก็ถูกบูชายัญเพื่อกลายเป็นคุซาบิ แต่โชคดีที่อาจารย์เซย์จูโร่ได้ส่งจดหมายให้เรียวโซก่อนที่จะถูกจับ ให้เขาออกจากหมู่บ้านไปก่อน และเขาก็ทำตามที่อาจารย์บอกเป็นอย่างดี เขาจึงรอดพ้นจากการกลายเป็นตัวสำรองของคุซาบิ
และแล้ววันแห่งโชคชะตาก็มาถึง ยาเอะและซาเอะได้รับรู้ความจริงเกี่ยวกับพิธีกรรมจากอิซุคิ ยาเอะไม่ต้องการเสียซาเอะ จึงคิดหนีออกจากหมู่บ้านพร้อมกับซาเอะ โดยอิซุคิจะทำหน้าที่ดึงความสนใจของชาวบ้านให้ ทั้งสองสามารถหลบหนีออกจากหมู่บ้านได้สำเร็จโดยผ่านทางลับใต้ต้นไม้เก่าแก่ แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อซาเอะผลัดหลงกับยาเอะ และถูกชาวบ้านจับตัวได้ เธอคิดว่ายาเอะต้องมาช่วยเธอแน่นอน เพราะเธอและยาเอะได้สัญญากันว่าจะอยู่ด้วยกัน แต่เมื่อเธอกลับมาที่หมู่บ้าน เธอพบว่าอิซุคิได้ตายเสียแล้ว เธอเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่นาน เพราะชาวบ้านจัดการทำพิธีกรรมด้วยตัวเอง โดยการโยนเธอตกลงไปยังนรก... และนั้นก็กลายเป็นสิ่งที่เลวร้ายอย่างที่สุด เพราะนั้นทำให้ประตูนรกเปิดออก ความมืดแพร่เข้าครอบงำหมู่บ้านทันที ร่วมทั้งการกลับมาของเธอและเขา ซาเอะและคุซาบิ... แต่ซาเอะก็ยังรอคอย รอคอยวันที่ฝาแฝดของเธอจะกลับมา...
ทางด้านยาเอะ เธอรีบตามซาเอะกลับหมู่บ้านทันที หวังจะช่วยเหลือเธอให้ได้ แต่ ณ ที่ๆเป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน กลับกลายเป็นทุ่งโล่งที่ไม่มีอะไรอยู่เลย เธอเสียใจมากที่ไม่สามารถช่วยเหลือคนที่เธอรักมากที่สุดไว้ได้ ทำให้ความทรงจำของเธอถูกปิดผนึกลง เป็นเวลาเดียวกับที่เรียวโซกลับมายังหมู่บ้านนี้อีกครั้งเพื่อทำตามสัญญาที่ ได้ให้ไว้กับอิซุคิ แต่เมื่อเขามาถึง เขากลับพบยาเอะเพียงคนเดียว เขาจึงรับเธอกลับไปกับเขาด้วย... และทั้งคู่ก็แต่งงานกัน...

(Fatal Frame 3)
ณ ที่แห่งหนึ่ง ได้มีการก่อสร้างคฤหาสน์ขึ้น แต่แล้วก็ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อคฤหาสน์ที่สร้างเกิดพังทลายลง หัวหน้าช่างก่อสร้างจึงคิดหาทางแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยการบูชายัญเหล่าช่างไม้ของตนให้เป็นวิญญาณคุ้มครองประจำเสาฐานของ คฤหาสน์ และท้ายที่สุด เขาก็ได้บูชายัญตัวเขาเองเป็นเสาหลักของคฤหาสน์ และ ณ คฤหาสน์แห่งนี้ ก็ได้มีพิธีกรรมบูชายัญเพื่อความเจริญรุ่งเรือง โดยการนำหญิงสาวพรมจรรย์ สักรายทั้งตัว และนำไปตอกติดกับต้นไม้เพื่อรับสิ่งเลวร้ายเขาไปในตัวหญิงสาวเหล่านั้นแทน เจ้าบ้าน คฤหาสน์แห่งนี้จึงเจริญรุ่งเรือง หญิงสาวที่จะใช้บูชายัญจะถูกพามาที่คฤหาสน์แห่งนี้ตั้งแต่ยังเด็ก ต้องอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ที่ห้ามบุรุษเข้าอย่างเด็ดขาด แต่แล้วเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ก็เป็นอันจบลง เมื่อหญิงสาวที่จะต้องถูกบูชายัญนั้น เกิดตกหลุมรักพี่ชายของเด็กสาวมิโกะคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามา และสิ่งที่ตามมาก็คือคำสาปแช่งที่น่ากลัว ดึงคฤหาสน์ทั้งหลังให้เข้าไปติดอยู่ในช่องว่างแห่งความมืด...

(Fatal Frame 1)
วันคืนผ่านไป มูนาคาตะ เรียวโซ และ ยาเอะ ได้ให้กำเนิดลูกสาวที่แสนน่ารัก มิโคโตะ ทั้งสามคนได้ย้ายเข้ามายังคฤหาสน์ฮิมูโระ เนื่องจากเรียวโซสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์แห่งนี้ และต้องการทำการศึกษาอย่างละเอียด ในขณะที่มิโคโตะก็พบกับเพื่อนเล่น เนื่องจากคฤหาสน์มีบริเวณที่กว้างมาก เด็กๆจึงนิยมเล่นไล่จับ(ผสมเล่นซ้อนหา)ภายในบ้านกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั้งวันหนึ่ง วันแห่งฝันร้าย... มิโคโตะพบกล้องของ Dr.อะโซ ที่เรียวโซได้รับมาก่อนที่ Dr.อะโซจะตายอย่างมีปริศนา และเอาไปเล่นกับพวกเด็กๆ สิ่งที่ตามมาคือ ทั้งเธอและเหล่าเพื่อนๆหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ยาเอะโทษว่าเป็นความผิดของเธอที่ปล่อยให้มิโคโตะเอากล้องไปเล่น (พลังวิญญาณของยาเอะไม่สัมพันธ์กับกล้อง จึงทำให้เธอไม่สามารถควบคุมมันได้ และทำให้ยาเอะต้องพบกับสิ่งที่เธอไม่อยากเห็น และเธอคิดว่าการที่มิโคโตะหายตัวไป เป็นเพราะเอากล้องไปเล่นแล้วเจอสิ่งที่ไม่ควรเจอเข้า) ด้วยความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก(และอาจนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายในอดีตออก ด้วย) ทำให้เธอไม่สามารถจะมีชีวิตต่อไปได้อีก เธอจึงได้ตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตายโดยการผูกคอตนเองกับต้นซากุระภายในคฤหาสน์ แห่งนั้น... (ยาเอะเป็นวิญญาณร้ายธรรมดา ในขณะที่ซาเอะกลายเป็นสุดยอดแห่งฝันร้าย ช่างเป็นฝาแฝดที่แตกต่างกันจริงๆ TwT") ทางด้านเรียวโซก็โชคร้ายไม่แพ้กัน เพราะเขาดันไปจ๊ะเอ๋กับคิริเอะเข้า ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น... แต่ทุกอย่างก็ยังไม่เลวร้ายไปซะทั้งหมด เมื่อมิโคโตะ เด็กน้อยปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง โดยในมือของเธอถือกล้องไว้แน่น(น่าจะใช้สู้ผีมานะ) เธอจึงถูกรับเลี้ยงโดยตระกูลฮินาซะคิ เพื่อนสนิทของพ่อของเธอ แล้วเธอก็ได้ลืมเลื่อนเหตุการณ์เลวร้ายไป กล้องของเธอก็ถูกส่งต่อไปยังลูกสาวของเธอ มิยูคิ ซึ่งเธอก็มีพลังวิญญาณเช่นกัน และท้ายที่สุดก็ถูกส่งต่อไปยังมาฟุยุ ลูกชายคนโตของเธอ (พลังวิญญาณของมิยูคิก็ไม่สัมพันธ์กับกล้อง จึงทำให้เธอมีปัญหาและท้ายที่สุดก็เสียชีวิตลง)

(Fatal Frame 2)
มาคิมูระ มาซุมิ เดินทางตามหาหมู่บ้านที่หายสาปสูญไปตามตำนาน และเขาก็พบหมู่บ้านว่ามีอยู่จริง และติดค้างอยู่ในหมู่บ้าน ไม่สามารถหาทางออกได้ อีกทางด้านหนึ่ง ในโลกภายนอก ทีมค้นหาพยายามค้นหามาซุมิที่หายสาปสูยไปอย่างลึกลับ แต่หลังจากค้นหาได้สิบวัน ทีมค้นหาก็ล้มเลิก แต่คนรักของเขา ซูโด มิยาโกะ ยังไม่ยอมแพ้ เธอยังคงค้นหาคนรักของเธอต่อไป ละได้หลงเข้ามายังหมู่บ้านแห่งนี้ และในที่สุด เธอก็พบคนรักของเธอ แต่โชคร้ายที่เธอบาดเจ็บทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้ มาซุมิจึงอาสาจะหาทางออกและพาเธอหนีออกจากหมู่บ้านต้องสาปให้ได้ และเขาก็พบมัน ทางลับใต้ต้นไม้ใหญ่ แต่สิ่งที่รอเขาอยู่กับเป็นคุซาบิ... แต่อย่างน้อยเขาก็ยังรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับมิยาโกะ โดยการกลับมาหาเธอ และทำให้เธอเป็นเหมือนเขาด้วยเช่นกัน...

(Fatal Frame 1)
คณะเดินทางของนักเขียนนิยายชื่อดัง ทาคามิเนะ จุนเซ และเหล่าผู้ช่วย โอกาทะ โคจิ และ ฮิราซาคะ โทโมเอะ ได้เดินทางมายังคฤหาสน์ฮิมูโระเพื่อทำการเก็บข้อมูลสำหรับเขียนนิยายเรื่อง ใหม่ แต่แล้วพวกเขากลับต้องมาติดอยู่ภายในคฤหาสน์ และลางร้ายก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อโคจิถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด แขน ขา และคอถูกดึงออกจากร่างกาย การตายของโคจิมีผลกระทบต่อโทโมเอะเป็นอย่างมาก ที่จริงแล้วเธอมีสัมผัสที่หกค่อนข้างรุนแรง และเธอสัมผัสมันได้ก่อนจะเข้ามาในคฤหาสน์ แต่เธอคิดว่ามาทำงานจึงยอมเข้าไป และสิ่งที่เธอพบในคฤหาสน์คือผู้หญิงในชุดกิโมโนสีขาว มีเชือกผูกอยู่ที่คอ ขา และมือทั้งสองข้าง และเธอก็ได้พบกับคิริเอะน้อย คิริเอะน้อยขอความช่วยเหลือจากเธอในการหยุดตัวเธออีกคนหนึ่ง แต่โทโมเอะสติแตกเกินกว่าจะทำได้สำเร็จ สิ่งที่เธอทำได้มีเพียงบอกกล่าวเรื่องนี้ให้จุนเซก่อนที่เธอจะกลายเป็น เหยื่อรายต่อไป จุนเซได้รับข้อมูลจากโทโมเอะ พบว่า ถ้าอยากจะหลุดพ้นจากคำสาป เขาต้องทำการหาชิ้นส่วนของกระจกศักดิ์สิทธิ์ที่แตกออกเป็นห้าส่วนตอนเกิด แผ่นดินไหวเมื่อไม่นานมานี้ แต่ช่างน่าเศร้า... เขาถูกคิริเอะฆ่าตายก่อนที่จะได้รวบร่วมชิ้นส่วนของกระจกครบ...
ฮินาซะคิ มาฟุยุ ได้เดินทางมายังคฤหาสน์ฮิมูโระ เพื่อตามหาอาจารย์ทาคามิเนะ จุนเซ ที่หายสาปสูญไป โดยเขาได้พกเอากล้องถ่ายวิญญาณมากับเขาด้วย แต่ทุกอย่างมันก็สายเกินไปซะแล้ว... และที่นี้ เขาได้พบกับคิริเอะ คิริเอะไม่สังหารเขาเพราะเขาเหมือนคนรักของเธอเป็นอย่างมาก เธอจึงใช้พลังวิญญาณของเธอดึงเวลาภายในคฤหาสน์ให้ย้อนกลับไปยังวันวานอันแสน สุข เพื่อให้มาฟุยุเป็นตัวแทนของคนที่เธอรักอย่างหมดหัวใจ...
หลังจากที่มาฟุยุหายสาปสูญไปอีกคน ฮินาซะคิ มิคุ จึงได้เดินทางมายังคฤหาสน์ฮิมูโระ เพื่อตามหาพี่ชายที่หายสาปสูญไปอีกคนด้วย และที่นี้ เธอได้พบกับฝันร้ายที่ยิ่งกว่าจะจินตนาการได้ สำหรับคิริเอะ เธอคือตัวเกะกะที่จะมาแย่งคนรักของเธอไป จึงคิดจะจัดการไปให้พ้นทางเสีย แต่สิ่งที่เธอไม่ได้คาดคิดไว้ก็คือ มิคุมีพลังวิญญาณที่สามารถเข้ากับกล้องถ่ายวิญญาณได้ จึงทำให้เธอสามารถป้องกันตัวจากเหล่าวิญญาณได้ และด้วยความช่วยเหลือของคิริเอะน้อย ในที่สุด มิคุก็สามารถรวบรวมเศษชิ้นส่วนของกระจกศักดิ์สิทธ์ได้สำเร็จ และทำการสะกดคิริเอะไว้เช่นเดิม
(ถามหน่อยฮะ ตอนจบภาคแรกนี้ มิคุสามารถช่วยมาฟุยุได้สำเร็จหรือเปล่าฮะ เพราะเนื้อเรื่องในภาค3 มาฟุยุตัดสินใจจะอยู่ด้วยกันกับคิริเอะ ซึ่งทำให้มิคุเสียใจเป็นอย่างมาก และสูญเสียความทรงจำในช่วงนี้ไป แต่สิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ นั้นก็คือ การถ่ายรูป เธอจึงไปสมัครเป็นผู้ช่วยของ คุโรซาวะ เรย์)

(Fatal Frame 2)
ฝาแฝดตระกูลอามาคุระ(เดิมชื่อ อะโซ แต่ไม่ทราบว่าด้วยเหตุใดจึงได้เปลี่ยนนามสกุลเป็น อามาคุระ หลังจากที่ Dr.อะโซ คุนิฮิโกะเสียชีวิต ส่วนอันนี้ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่านะ อ่านจากในเว็ปที่แปลจากเว็ปญี่ปุ่นอีกที พ่อของมิโอะและมายุก็เป็นหนึ่งในผู้โชคร้ายที่ติดอยู่ในหมู่บ้านนี้เช่นกัน และเสียชีวิตลง แต่แม่ของพวกเธอไม่ได้บอกเรื่องนี้ บอกเพียงแค่ว่า เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ เนื้อเรื่องนี้อาจพบในเวอร์ชั่น GC นะ เพราะสำหรับภาคนี้จะมีฉากจบ 4 โดย 3 แบบแรกเหมือนเวอร์ชั่น PS2 และแบบสุดท้ายสำหรับเครื่อง GC โดยเฉพาะ) มิโอะและมายุ ได้แอบมานั่งคุยกันยัง "ฐานทัพลับ" ที่เล่นสมัยเด็กๆของพวกเธอ ที่นี้ มายุได้พบกับผีเสื้อสีเลือด และนำทางฝาแฝดทั้งสองไปยังหมู่บ้านที่หายสาปสูญ ที่นี้ มายุได้ถูกซาเอะสิงร่าง และคิดว่ามิโอะคือยาเอะ ฝาแฝดของเธอที่ทิ้งเธอไปเมื่อนานมาแล้ว สำหรับมิโอะ เธอได้พบกล้องถ่ายวิญญาณที่มาคาเบะ เซย์จิโร่ ทิ้งไว้ เธอใช้มันในการป้องกันตัวเองและตามหาฝาแฝดของเธอ มายุ และในที่สุด เธอก็สามารถหามายุพบ แต่ว่า...

(Fatal Frame 3)
คุโรซาวะ เรย์ ช่างภาพอิสระ เธอสูญเสียคนรักของเธอ อาโชอุ ยู ไปกับอุบัติเหตุ ด้วยความเศร้า เธอจึงทุ่มเวลาให้งาน จนกระทั้งวันหนึ่ง เธอถูกว่าจ้างให้ไปถ่ายภาพในคฤหาสน์ร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั้น เธอได้ถ่ายภาพของคนรักที่น่าจะตายไปแล้วของเธอ เธอวิ่งตามคนรักของเธอทันที และพริบตา เธอก็ได้มายืนอยู่หน้าคฤหาสน์แห่งหนึ่ง และพบกับวิญญาณอาฆาตที่แสนน่ากลัว หญิงสาวที่ร่างกายเต็มได้ด้วยรอยสัก และที่นั้น เธอยังได้พบกับ ทาคิงาวะ โยชิโนะ หญิงสาวเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก แต่เธอกลับไม่ได้ดีใจเลย กลับกัน เธอรู้สึกเป็นทุกข์ที่มีเพียงเธอคนเดียวที่รอดชีวิต อีกทั้งโรงพยาบาลที่เธอพักอยู่ก็ไม่ค่อยเต็มใจรับเธอเข้ามาในความดูแลเลย จิตใจที่บอบช้ำมาพาเธอมายังคฤหาสน์แห่งนี้ และสิ่งที่ช็อคเรย์มากที่สุดเมื่อเธอกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง นั้นก็คือร่างกายของโยชิโนะที่เต็มได้ด้วยรอยสักประหลาด และทันทีที่รอยสักเหล่านั้นเต็มตัวเธอ โยชิโนะก็ได้หายไปต่อหน้าต่อตาเธอ สิ่งนั้นทำให้เธอกังวลเป็นอย่างมาก เพราะบนร่างกายของเธอ ก็ปรากฎรอยสักประหลาดนั้นเช่นกัน ไม่ใช่แต่เธอเท่านั้น ฮินาซะคิ มิคุ เด็กสาวที่มาเป็นผู้ช่วยและพักอาศัยอยู่กับเธอด้วยก็มีรอยสักเช่นกัน อีกทั้ง ฝันร้ายได้ดึงเธอกลับไปยังเหตุการณ์สยองขวัญ เหตุการณ์ที่เธออยากจะลืมมันไป และในฝันร้ายนั้น เธอก็ได้พบกับ มูนาคาตะ มาฟุยุ พี่ชายของเธอด้วย นอกจากพวกเธอแล้ว ยังมี อามาคุระ เคย์ นักศึกษามหาวิทยาลัย(ลูกพี่ลูกน้องกับมิโอะและมายุ) ที่สนใจเรื่องตำนานและนิทานพื้นบ้าน ติดร่างแหแห่งฝันร้ายในครั้งนี้ด้วย...
และยิ่งเธอสืบค้นไปมากเท่าไหร่ เธอก็ต้องยิ่งประหลาดใจมากขึ้นเท่านั้น เมื่อเธอเจอรูปถ่ายของชายที่น่าจะเป็นคนรักของเธอในคฤหาสน์ ย้อนกับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน!?
(ภาค 3 มีฉากจบสองแบบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณรู้เรื่องของชายคนรักของเรย์ กับหญิงสาวผู้เต็มได้ด้วยรอยสักหรือไม่)

Credit : lucifernutza.exteen.com

 

แผนผัง Family Tree

 

 

ความเห็นของเจ้าของบล็อค (****มี spoil ใครไม่อยากอ่านข้ามไปเลย)

 

- ตัวละคร Misaki (ภาคสี่) เป็นลูกหลานตระกูลผู้สร้างกล้องเรอะ??? แล้วคนสร้างเกมมีปัญหากับคนที่ใช้นามสกุล Asou รึเปล่า เห็นกี่ตัวๆไม่ตายก็หายตัวไปกันหมดเลยเหอะ =[]=???!!!!

- จากแผนผัง Kei กับ Yuu (ภาคสาม) เป็นญาติกัน??? (ถ้าพ่อมีสายเลือด Asou ไม่ว่ายังไงมันก็ญาติกันอ่ะแหละ) ก็เท่ากับว่า Mio กับ Mayu (ภาคสอง) ก็ต้องเป็นหลาน Yuu ด้วยน่ะซิ (แต่ไอสองตัวนั้นจะรู้หรือ....ก็คงไม่รู้หรอก เหอะๆๆๆ)

- Rei มีความสัมพันธ์กับตระกูล Kurosawa (ก็เห็นๆกันอยู่จากนามสกุลเจ๊แก) แต่ว่าทางไหนเนี่ยซิ = = (ทางต้นตระกูลเรอะ ฝ่ายไหนไม่รู้ ยังเป็นความลับอยู่)

- กล้องถ่ายผีในเกมมันสร้างไว้กี่ตัวเนี่ย = = 

- ผู้ชายใน fatal frame โคตรอาภัพ.....=w=" ดูได้จาก....ภาคหนึ่ง mafuyu ดันไปหน้าเหมือนคนรักของ Kirie บอสใหญ่ของเกม สุดท้ายก็อยู่เป็นเพื่อนเจ๊แก (ตายนั่นแหละ) ส่วนภาคสอง คนที่คอยช่วยเหลือ Mio (และพวก Yae กะ sae บอสใหญ่) ที่ชื่อว่า Itsuki ตายไปก่อนหน้านั้นชาตินึง ภาคสาม Yuu คนรักของ Rei ตายไปตั้งแต่ต้นเกมด้วยอุบัติเหตุรถคว่ำ (แต่ดันดึงให้ rei ไปติดในคฤหาสน์ผีเนี่ยนะ) หน้าเฮียแกก็ดันไปเหมือนคนรักของ Reika หญิงคนทรงที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยสักบอสใหญ่ และ Kei ผู้ซึ่งซวยยิ่งกว่าเพราะนอกจากจะติดในคฤหาสน์ผีเพราะตามหลานสาวนาม Mio (ภาคสอง) แล้ว เฮียแกดันไปหน้าเหมือนคนรักของ Kyoka แม่ Kaname ที่เป็นคนรักของบอสใหญ่ (ไอ้ตัวที่หน้าเหมือน Yuu นั่นเอง...งงโว้ย = =) ซึ่งตอนนี้เจ๊แกกลายเป็นผีร้ายไปแหล่ว นอกจากนี้เฮียแกยังโดนไล่ล่าไม่หยุด และสุดท้ายก็ตายตามกันไปเหมือนกับ mafuyu พี่ชายนางเอกภาคหนึ่งนั่นเอง อาเมน.... และภาคสี่ Choushirou ผู้ชายเพียงหนึ่งเดียวของเกมที่ใช้ไฟฉายพิฆาตวิญญาณ ก็รู้สึกจะตกตึกตาย (ไม่แน่ใจว่าตายตั้งแต่ก่อนเราเล่นหรือเปล่า แต่มัันก็ตายนั่นแหละ) สรุปสุดท้ายก็ตายกันหมด รันทดสิ้นดี T^T เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า บุรุษที่ว่าแน่ สุดท้ายก็พ่ายแพ้ (เพราะผีผู้หญิง) นั้นแล = = 

- ผู้หญิงในเกมทุกตระกูลรวมถึงผีสวยทุกคน ถึงว่าผู้ชายแต่ละคนไม่ปฏิเสธที่จะตายตามไปด้วยเลย 5555+

- จะมีภาค 5 ต่อมั้ยเนี่ย ถ้ามีคราวนี้ผู้ชายจะรอดมาสักคนมั่งไหมนี่....

- เพลงทุกภาค เพราะทุกภาคเลย เอิ๊กๆๆ โดยเฉพาะ Zero no Chouritsu >.,<

- ตอนนี้ดูติดต่อกันตั้งแต่ภาคหนึ่งถึงสี่จนหลอนไปแล้ว ถึงกับเก็บไปฝันเลยทีเดียว กรั่กๆๆๆๆ

 

 

จบแล้ว เรื่องต่อไปที่จะอัพ......ไม่มี = ="

จะอัพฟิคแต่ไม่มีปัญญา คิดเรื่องไว้แต่ยังไม่ได้พิมพ์ ไม่ได้แต่งนานอ่ะ ไม่รู้จะเริ่มยังไง

เอาเป็นว่าถ้าแต่งเสร็จก็เห็นเองล่ะก๊ะ เหอๆๆๆๆ ตอนนี้ไม่ไหวละ ปวดหลังสุดๆ

ไปละค่า เจอกันในเอนทรี่หน้าเน้อ~~

 

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ^^